คำค้นหา : ประเภท :
 
สถิติ
เปิดเมื่อ7/08/2011
อัพเดท17/01/2018
ผู้เข้าชม1536317
แสดงหน้า2763518

สูดไอดินกลิ่นป่าที่น้ำตกสามหลั่นและตามรอยพระบาทเบี้องขวาที่วัดพระพุทธฉาย จ.สระบุรี

อ่าน 1163 | ตอบ 0
ปัดฝุ่น.com ได้มีโอกาสไปสูดอากาศบริสุทธื์ นอกเมืองเลยเก็บภาพบรรยากาศสวย ๆ มาฝาก

แนะนำเลย

อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น
 มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอแก่งคอย อำเภอหนองแค อำเภอวิหารแดง และอำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี ป่าเขาสามหลั่นอยู่ใกล้กรุงเทพฯ มาก มีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์ สภาพธรรมชาติป่าเขา น้ำตกที่สวยงาม โดยเฉพาะ น้ำตกเขาสามหลั่น ซึ่งนักท่องเที่ยวรู้จักกันเป็นอย่างดี ทางคมนาคมสะดวกสบาย เป็นน้ำตกที่อยู่ใกล้กทม.เพียงนิดเดียว


น้ำตกสามหลั่น


เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สุดของอุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น ลักษณะเป็นสายน้ำไหลผ่านลานหินกว้าง ลดหลั่นกันลงมา 3 ชั้น คล้ายขั้นบันได ช่วงน้ำหลากสายน้ำจะไหลบ่าลงมาทั้งลานหินสวยงามมาก เหมาะสำหรับการเล่นน้ำ พักผ่อนหย่อนใจ และ ชมธรรมชาติ ปริมาณน้ำจะมากในช่วงฤดูฝนประมาณเดือนกรกฎาคม ถึงเดือนกันยายน ซึ่งช่วงนี้จะพบเห็นพรรณไม้หลายอย่างออก ดอกสวยงาม แต่ในช่วงฤดูแล้งน้ำจะน้อยมากจนถึงไม่มีน้ำไหลเลย



น้ำตกโตนรากไทร
เป็นน้ำตกชั้น เดียวที่ตกลงมาจากหน้าผาหินสูงประมาณ 7 เมตร ลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง สภาพโดยรอบน้ำตกปกคลุมด้วยพรรณไม้ สีเขียวสด เหมาะแก่การพักผ่อนและชมธรรมชาติ ปริมาณน้ำมากในช่วงฤดูฝน ประมาณเดือนนกรกฏาคม ถึงเดือนกันยายน ช่วงฤดูแล้งจะไม่มีน้ำไหลเลย



น้ำตกโพธิ์หินดาด
เป็นน้ำตกขนาดเล็กไหนจากลานหิน ต้นกำเนิดของสายน้ำเกิดจากเขาครก โดยสายน้ำจะไหลมาตามลำธารเล็กๆ คดเคี้ยวไปตาม แนวป่า ร่มรื่น เหมาะแก่การชมธรรมชาติ และพักผ่อนหย่อนใจ


อ่างเก็บน้ำซับปลากั้ง
เป็นที่ตั้งหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่นที่ 1 (ซับปลากั้ง) บริเวณรอบอ่างเก็บน้ำซับปลากั้งสร้างเมื่อปี 2539 เป็นโครงการชลประทานขนาดเล็ก และเป็นแหล่งน้ำสำหรับอุปโภคและบริโภคของราษฎรในท้องที่ตำบลบ้านลำ อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี

อ่างเก็บน้ำเขารวก
เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กอยู่ระหว่างเขาแดง และเขารวก สร้างเมื่อปี 2523 ทิวทัศน์บริเวณริมอ่างเก็บน้ำค่อนข้างร่มรื่น อากาศเย็น สบายเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ และพักแรมบริเวณบ้านพักริมอ่างเก็บ

จุดชมทิวทัศน์บนยอดเขาครก 
อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 3 กิโลเมตร มีความสูงประมาณ 329 เมตรจากระดับน้ำทะเล สามารถมองเห็นทิวทัศน์ ของตัวจังหวัดสระบุรีและอำเภอใกล้เคียง

 

อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น
มีสิ่งอำนวยความสะดวก ที่พักอุทยาน และสถานที่กางเต็นท์ 
เลขที่ 53 หมู่ 1 ต.หนองปลาไหล อ. เมือง จ.สระบุรี 18000 หรือ
ตู้ ปณ.10 อ. เมืองสระบุรี จ. สระบุรี 18000
โทรศัพท์ :036-225171-2
โทรสาร : 0 3671 3829
อีเมล: namtoksamlan_np@dnp.go.th
สามารถเดินทางจากกรุงเทพฯ ทั้งไปและกลับได้ภายในวันเดียวกัน โดยเดินทางตามเส้นทางถนนพหลโยธิน (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1) ก่อนถึงหลักกิโลเมตรที่ 102 แล้ว U-TURN กลับ จากนั้นให้ขับรถเข้าทางเบี่ยงซ้ายมือ และเลี้ยว ซ้ายเข้าถนนลาดยาง หมายเลข 3042 (แยกพระพุทธฉาย) ขับตรงไปเรื่อยๆ ประมาณ 4 กิโลเมตร จะพบสัญญาณไฟจราจร รอสัญญาณไฟ แล้วขับรถตรงไปเรื่อยๆ จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าถนนลาดยาง หมายเลข 3046 ประมาณ 3 กิโลเมตร ถึงอุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น  หรือ อีก 1 เส้นทาง คือโดยเดินทางตามเส้นทางถนนพหลโยธิน (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1) จากนั้นเข้าทางเลี่ยงเมืองสระบุรีไปนครราชสีมา เลี้ยวขวาตรง สี่แยกไฟแดง ขับรถตรงมาเรื่อยๆ จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าถนนลาดยาง หมายเลข 3046 ประมาณ 3 กิโลเมตร ถึงอุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น




จากนั้นก็มาต่อกันที่

พระพุทธฉายและตามรอยพระพุทธบาทเบื้องขวา

วัดพระพุทธฉาย 
ตั้งอยู่ที่ อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี อยู่ภายในมณฑปสองยอดบนไหล่ภูเขา  เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธฉาย(เงาพระพุทธเจ้า)คือเงาเลือนลางที่เป็นรอยประทับอยู่ที่หน้าผา เชิงเขา บริเวณวัดพระพุทธฉาย มีลักษณะคล้าย พระพุทธรูปยืน สันนิษฐานว่าค้นพบในสมัยพระเจ้าทรงธรรมแห่งกรุงศรีอยุธยา ตำนานพระพุทธฉายโดยย่อ พระพุทธเจ้าเสด็จมา ที่เขาฆาฏกะ
(เขาพระพุทธฉาย)เพื่อโปรดนายพรานฆาฏกะจนสำเร็จพระอรหันต์ ครั้นพระพุทธเจ้าเสด็จกลับ พระฆาฏกะได้ทูลขอให้ ประทานสิ่งอันเป็นอนุสรณ์ เพื่อสักการะกราบไหว้ พระพุทธเจ้าจึงทรงแสดงพุทธปาฏิหาริย์ให้เงาของพระองค์ติดอยู่ในเนื้อหิน ที่เงื้อมเขาพระพุทธฉายบรรพต ในบริเวณใกล้เคียงมีมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทเบื้องขวา มณฑปหลังนี้สร้างขึ้นในสมัย สมเด็จพระเจ้าเสือ และมีต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่อัญเชิญมาจากลังกา ทุกปีจะมีงานนมัสการพระพุทธฉาย พร้อมกับงานนมัสการรอย พระพุทธบาทที่จังหวัดสระบุรี
 
 
สันนิษฐานว่าพระพุทธฉายนี้ ถูกค้นพบในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี หลังจากพบรอยพระพุทธบาท ตรงกับรัชสมัยของ พระเจ้าทรงธรรม (พ.ศ. 2163-2171) ซึ่งทรงรับสั่งให้ค้นหารอยพระพุทธบาทตามภูเขาทุกแห่ง จึงพบพระพุทธฉาย ณ ภูเขาแห่งนี้ สมัยที่ค้นพบพระพุทธฉายได้สร้างพระมณฑปครอบพระบรมฉายาลักษณ์ไว้เป็นสถานที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชน ตลอดจนพระมหากษัตริย์ในรัชกาลต่อมา และเชื้อพระวงศ์ชั้นสูง เป็นต้น พระพุทธฉายได้บูรณะซ่อมสร้างมา เป็นเวลาช้านานชำรุด ทรุดโทรมลงเป็นอย่างมาก จนทางข้าราชการร่วมกับคณะสงฆ์เห็นว่าจะปล่อยทิ้งรกร้างไว้อีกต่อไปไม่ได้ ปูชนียสถานที่สำคัญ จะถูกทำลายลง จึงได้ส่ง พระครูพุทธฉายภิบาล (นาค ปานรัตน์) มาเป็นเจ้าอาวาสเมื่อ พ.ศ. 2491 เพื่อบูรณะซ่อมสร้าง สถานที่ พระพุทธฉายให้เจริญต่อไป เจ้าอาวาสได้ซ่อมแซมใหญ่ โดยซ่อมที่มณฑปที่ชำรุดซึ่งสร้างไว้ในสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงเทพฯ บนยอดภูเขาตามเดิม ส่วนมณฑปเก่าครอบพระบาทจำลองบนยอดเขายังคงไว้เป็นอนุสรณ์ ในลำดับต่อมาได้สร้างบันไดจาก พื้นล่างด้านตะวันออกพระพุทธฉายขึ้นไปจนถึงยอดภูเขายาวประมาณ ๒๗๐ ขั้น เพื่อให้ความสะดวกแก่ประชาชน จะได้ขึ้นไป นมัสการพระพุทธรูปปางต่างๆ ข้างบนและภายในอุโบสถ โดยบูชารอยพระพุทธบาทจำลองและชมวิวทิวทัศน์อันสวยสดงดงาม พร้อมด้วยบูชาสักการะพระรูปพระโมคคัลลานะ ที่ได้สร้างขึ้นมาเมื่อ พ.ศ. 2526 ประดิษฐานอยู่ ณ ลานพระโมคคัลลานะ ในวิหารพระปฏิมากรเป็นประหนึ่งสังเวชนียสถานอันจะเกิดเป็นกุศลผลบุญต่อไป







พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยมหาราช หรือ พระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ ๕
เสด็จพระราชดำเนินมานมัสการพระพุทธฉาย 4 ครั้ง คือ ร.ศ. ๗๙  (พ.ศ.2403)  , ร.ศ. ๙๑ (พ.ศ.2428) ,ร.ศ. ๑๑๕ (พ.ศ.2439)


รัชมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยะมหาราช และสมเด็จพระพันวษาอัยยิกาเจ้า ได้เสด็จมาฟื้นฟูบูรณะพระพุทธฉาย ทรงสร้างมณฑปขึ้นใหม่เป็นมณฑปสองยอดแทนมณฑปเดิม และทรงบูรณะปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุอื่น ๆ มีเสนาสนะสงฆ์ เช่น ศาลา พระอุโบสถบนยอดเขาลม   ปฏิสังขรณ์มณฑปยอดเดี่ยวบนยอดภูเขาด้านตะวันออก  ซึ่งยังเหลือเป็นอนุสรณ์อยู่ตราบเท่าทุกวันนี้ นอกจากนั้นพระองค์พร้อมด้วย พระราชวงศ์และข้าราชบริพาร ยังได้เสด็จไปนมัสการพระพุทธฉายอีกหลายครั้ง ดังปรากฏในประวัติศาสตร์การประพาสต้นและจดหมายเหตุ การบำเพ็ญพระราชกุศลนับเนื่องเกี่ยวกับพระพุทธฉาย เกี่ยวกับพระอุปัชณาย์รัน และพระอธิการรูปอื่น ๆ อีกมาก ให้ทรงลงพระปรมาภิไธยย่อ จปร. ติดอยู่ ณ เงื่อมผาด้านทิศตะวันตกของมณฑปพระพุทธฉายพร้อมด้วยนามาภิไธยพระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่งปรากฏชัดเจนจนถึงปัจจุบันนี้

ใกล้ๆ กันมีถ้ำพระฤาษี ซึ่งมีมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล อยู่บนเทือกเขาพระพุทธฉาย เยื้องไปทางขวามือประมาณ 30 เมตร เป็นถ้ำหินปูน ปากถ้ำประดิษฐานรูปฤาษีไว้เป็นที่สักการะ เทวรูปฤาษี มีอายุประมาณพันกว่าปี มีชื่อเสียงด้านรักษาโรค ให้โชคลาภและค้าขายดี ของที่คนส่วนใหญ่ นำมาบนคือ หมาก พลู บุหรี่ และกล้วยน้ำว้า



ประวัติรอยพระพุทธบาทเบื้องขวา วัดพระพุทธฉาย

รอยพระพุทธบาทเบื้องขวา วัดพระพุทธฉาย จังหวัดสระบุรี ตรงกลางมีรอยธรรมจักร ประทับอยู่บนพื้นหิน ยอดเขาพระพุทธฉาย 

ประวัติการค้นพบครั้งแรก

รอยพระพุทธบาทเบื้องขวา วัดพระพุทธฉาย ประทับรอยอยู่ในเนื้อหินยอดเขาลม(เขาพระพุทธฉาย) สันนิษฐานว่า มีการค้นพบในสมัยพระเจ้าทรงธรรม กรุงศรีอยุธยา ในครั้งนั้นมีพระสงฆ์จำนวนหนึ่งออกไปถึงลังกาทวีปเพื่อบูชารอยพระพุทธบาทที่เขาสุมณกูฏถูกพระสงฆ์ลังกาถามว่า รอยพระพุทธบาทที่มีอยู่ทั้งหมดนั้น เขาสุวรรณบรรพตก็อยู่ในประเทศไทยคนไทยไม่ไปบูชารอยพระพุทธบาทที่นั่นดอกหรือจึงต้องออกมาบูชาถึงลังกาทวีป พระภิกษุสงฆ์จำนวนนั้นกลับมานำความขึ้นบังคมทูลพระเจ้าทรงธรรม พระองค์จึงโปรดให้มีตราสั่งไปยังหัวเมืองเที่ยวตรวจค้นดูตามภูเขาว่าจะมีรอยพระพุทธบาทอยู่ ณ ที่แห่งใด

เมื่อค้นพบจึงโปรดให้สร้างเป็นมหาเจดียสถานมีพระมณฑปสวมรอยพระพุทธบาท และโปรดให้สร้างสังฆารามแล้วทรงพระราชอุทิศที่ส่วนหนึ่งโดยรอบพระพุทธบาทและพระพุทธฉายถวายเป็นพุทธบูชาต่อมาถึงรัชสมัยพระเสือ ราว พ.ศ.๒๒๔๖-๒๒๕๑ ปรากฏว่า ทรงปฏิสังขรณ์พระมณฑปโปรดให้เปลี่ยนแปลงเป็นพระมณฑป ๕ ยอด โดยไม่มีผู้ใดซ่อมแซมอีกเลย รวมอายุของพระมณฑปนับจากสมัยพระเจ้าเสือได้ประมาณเกือบ ๔๐๐ ปี

เหตุที่พระมณฑปซึ่งมีอายุเกือบ ๔๐๐ ปี คงสภาพอยู่ได้ก็คงด้วยอำนาจความศักดิ์สิทธิ์แห่งรอยพระพุทธบาทเป็นแน่แท้ ไม่เช่นนั้นแล้วคงตั้งอยู่ไม่ได้แน่เพราะเหตุมีพายุฝนหลายครั้งหลายหนด้วยกันจนสิ่งปลูกสร้างขึ้นภายหลังยังถูกพายุฝนพัดพังพินาศจนหมดสิ้นคงเหลืออยู่แต่พระมณฑปหลังนี้เท่านั้นเป็นที่อัศจรรย์

ประวัติการค้นพบครั้งหลัง
ปีพุทธศักราช ๒๕๓๗ โดยกรมศิลปากรได้ตั้งงบประมาณเพื่อบูรณะซ่อมแซมพระมณฑป ๕ ยอดซึ่งชำรุดทรุดโทรมไปมากตามกาลเวลา และได้เข้าดำเนินการซ่อมแซม เมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๓๗ การซ่อมแซมดำเนินการมาถึงเดือน สิงหาคม ช่างได้เคลื่อนย้ายรอยพระพุทธบาทจำลองออกไป เพื่อจะทำการซ่อมแซมนั้น ขณะที่เคลื่อนย้ายรอยพระพุทธบาทจำลองออกไป และทำการทุบพื้นซีเมนต์เก่า ก็พบว่าภายใต้พื้นปูนซีเมนต์เก่านั้น มีทรายหยาบๆ อยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อคุ้ยทรายออกจึงปรากฎเห็น 'รอยพระพุทธบาท' เด่นชัด ลักษณะเป็นรอยพระพุทธบาทเบื้องขวา ตรงกลางมีรอยธรรมจักร ถูกต้องตามลักษณะทุกประการ ฯ


การเดินทาง

โดยรถยนต์ส่วนตัว
การเดินทางทางเข้าวัดพระพุทธฉายเข้าทางเดียวกันกับอุทยานแห่งชาติเขาสามหลั่นเป็นถนนแยกจากถนนพหลโยธิน ตรงที่ กิโลเมตรที่ 102 (หมู่บ้านโคกหินแร่ ตำบลหนองยาว) เข้าไป 5 กิโลเมตร (ระยะทางตามถนนจากตัวเมืองสระบุรี ลงทางใต้ 6 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไป 5 กิโลเมตร)









 
Lazada Indonesia
ความคิดเห็นของผู้เข้าชม
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น :
สถานะ : รหัสผ่าน :
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :
รหัสความปลอดภัย :